10 อันดับเกมที่มีผู้เล่นมากที่สุดใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สดๆ ร้อนๆ กันเลยทีเดียว!! สำหรับสถิติการจัดอันดับ 10 เกมที่มีคนเล่นมากที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่าน (ข้อมูลของวันที่ 1 สิงหาคม 2562) จากเว็บ Steam ที่ได้รวบรวมไว้ให้คอเกมทุกคนได้รับทราบ ส่วนจะมีเกมอะไรติดอันดับบ้างนั้น ไปดูกันเลยยยยยย..

อันดับ 10 MONSTER HUNTER: WORLD

MONSTER HUNTER: WORLD

เริ่มต้นกันที่อันดับ 10 กับเกมภาพสวยสะใจกันอย่าง MONSTER HUNTER: WORLD ด้วยความหลากหลายและเอกลักษณ์ตัวละคร ทั้งเหล่า
บรรดาฮันเตอร์และมอนเตอร์ ความยากและความท้าทายในการฝึกฝน ก็ยิ่งทำให้เกมนี้ได้ใจบรรดาเหล่าคอเกมสายอึด จนคว้าอันดับที่ 10 มาครอง

อันดับ 9 DOTA UNDERLORDS

DOTA UNDERLORDS

ตามมาด้วย DOTA UNDERLORDS ที่ติดในอันดับ 9 ก็ได้ใจคอเกมไปเต็มๆ เนื่องจากเป็นเกมน้องที่แยกมาจาก DOTA 2 สู่เวอร์ชั่น mobile game โดยใช้ตัวละครเดิมของ DOTA ทั้งหมด อีกทั้งยังดูเล่นง่าย เหมาะสำหรับเกมเมอรืที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้มาก่อนอีกด้วย

อันดับ 8 Team Fortress 2

Team Fortress 2

เกมเก่าสุดเก๋าอย่าง Team Fortress 2 ก็ยังคงติดอันดับอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยตัวละครในเกมที่น่าสนใจ มีอาชีพให้เลือกเล่นหลากหลาย จึงทำให้เกมที่มีอายุ 13 ปียังคงครองใจคอเกมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น!

อันดับ 7 Warframe

Warframe

Warframe หนึ่งในเกมออนไลน์แนว action ที่คอเกมไม่ควรพลาด ด้วยเนื้อเรื่องที่ดำเนินได้อย่างตื่นตาตื่นใจ ความลับทุกอย่างในเกมที่เชิญชวนให้ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบไปให้คลี่คลายไปพร้อมกับการทำภารกิจในเกม

อันดับ 6 Rust

Rust

เกม online สุดเจ๋งที่มีจุดเด่นคือ มีผู้เล่นหลายคนในเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน แต่อาจเป็นมิตรหรือเป็นศัตรูกันก็ได้! Rust เป็นแกวแนวเอาชีวิตรอดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในคอเกมที่ชื่นชอบเกมแนวนี้ เนื่องจากเกมมีแผนที่ขนาดใหญ่และเป็นเกมแบบ open world ที่ผู้เล่นสามารถเลือกเดินไปมาได้ทั่วแผนที่ และเลือกทำอะไรก็ได้ที่อยากทำในเกม

อันดับ 5 Tom Clancy’s Rainbow Six Siege

Tom Clancy's Rainbow Six Siege

Tom Clancy’s Rainbow Six Siege ไม่ใช่แค่เกมแนว action ธรรมดา แต่เป็นเกมที่ต้องอาศัยการวางแผนในการเล่นเป็นทีมอย่างดี ในเกมนี้ผู้เล่นจะถูกแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน และสามารถเลือกได้ว่าอยากเล่นเป็นหน่วยรบพิเศษใดจากทั่วโลก โดยผู้เล่นทุกคนในทีมที่มีความารถต่างกันต้องช่วยกันทำภารกิจต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ทำให้เกมนี้ไม่ซ้ำซาก จำเจ ถูกใจคอเกมแนวนี้เป็นอย่างมาก

อันดับ 4 Grand Theft Auto V

GTA V

เกมยอดฮิตตลาดกาลอย่าง GTA มีหรอจะหลุดโพลไป จัดไปสิคะในอันดับที่ 4 กับ Grand Theft Auto V (GTA V) ด้วยภาพในเกมที่สวย เต็มไปด้วยละเอียดแบบไร้ที่ติ และแผนที่ที่ปลดล็อคแล้วทั้งแมพก็ยิ่งทำให้ผู้เล่นสนุกกับการเล่นเกมนี้จนแทบหยุดเล่นไม่ได้!

อันดับ 3 Counter-Strike: Global Offensive

Counter-Strike: Global Offensive

มาถึงอันดับที่ 3 กันแล้วกับ เกมที่คอเกมทุกคนต้องรู้จักอย่าง Counter-Strike: Global Offensive ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ก็ยังคงฮิตอยู่เหมือนเดิม ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุก มันส์ แข่งขันกันด้วยไหวพริบและความเร็ว การที่เกมจำกัดพื้นที่ในการซุ่ม จำกัดจำนวนลูกกระสุนปืน และอาวุธในการเล่นนั้นก็ยิ่งทำตัวเกมดูน่าสนใจ ท้าทายมากขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว

อันดับ 2 PLAYERUNKNOWN’S BATTLEGROUNDS

PUBG

PLAYERUNKNOWN’S BATTLEGROUNDS หรือเรารู้จักกันในชื่อเรียกติดหูว่า PUBG เกมน้องใหม่มาแรงที่คล้องใจคอเกมทุกเพศทุกวัยไปอย่างล้นหลาม เป็นเกมที่เล่นค่อนข้างง่าย แต่เต็มไปด้วยความสนุก ผู้เล่นทุกคนจะต้องตามหาสิ่งของและอาวุธที่จำเป็น เพื่อใช้ในการเอาตัวรอดจากเมืองร้าง ซ่อนตัว หลบหนี และต่อสู้เพื่อให้ได้เป็นผู้รอดคนสุดท้ายในเกม!

อันดับ 1 Dota 2

Dota 2

อันดับที่่ 1 ที่เฉือนเอาชนะอับดับ 2 มาแบบชิวเฉียดจะเป็นเกมอะไรไปไม่เลยนอก Dota 2 เกมสุดแมสที่โลดแล่นอยู่บน Steam มาเป็นเวลากว่าเกือบ 10 ปี จุดเจ๋งของเกมนี้นอกจากจะเป็นเนื้อเรื่องในการเล่นแล้ว Dota 2 ยังเป็นเกมแบบ Free To Play ที่ผู้เล่นไม่ต้องเสียตังซื้อของ บลาๆ เพื่ออัพความเก่งของตัวละครเลย เรียกได้ว่า สู้กันแบบมัดต่อมัดของจริง

หน้าเก่าเพียบ 10 อันดับ เกมฟรีทำเงินสูงสุดแห่งปี 2019

เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลอุตสาหกรรมเกม Superdataresearch.com ได้เผยข้อมูลถึง 10 อันดับ เกมฟรีที่ทำรายได้สูงสุดแห่งปี 2019 ออกมาให้ทราบแล้วว่ามีเกมใดที่รับทรัพย์ไปอย่างมหาศาล โดยส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นเกมที่ไม่ต่างจากปี 2018 แต่ก็มีเกมน้องใหม่บางส่วน ที่สามารถขึ้นมาติดอันดับได้ในที่สุด 

ONE Esports จึงขอพามาชมว่า 10 เกมดังกล่าว จะเป็นเกมแนวไหน และทำไมถึงได้รับความนิยม จนสามารถทำเงินได้สูงสุดเป็น 10 อันดับเกมฟรีบนโลก

อันดับ 10 – Last Shelter: Survival

เกมมือถือแนววางแผนเอาชีวิตรอดในโลกซอมบี้ระบาดจากค่าย Long Tech/im30.net ที่เพิ่งเปิดให้บริการในปี 2018 ผู้เล่นจะต้องสร้างสถานที่ และดูแลทรัพยากรเพื่อเอาชีวิตรอดให้จนฐานทัพยิ่งใหญ่ รวมทั้งยังสามารถบุกไปโจมตีฐานทัพของผู้เล่นคนอื่นได้ ซึ่งก็ถือเป็นเกมที่ถูกใจทั้งผู้เล่นในแถบอเมริกา, ยุโรป, เอเชีย และในประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากเกมเพลย์ที่ออกแบบมาได้ดี รวมทั้งไม่ได้เน้นให้เติมเงินเยอะมากเกินไป ส่งผลให้ในปี 2019 ก็สามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้นถึง 1.1 พันล้านดอลล่าร์ (3.3 หมื่นล้านบาท)
https://www.youtube.com/embed/EXFk2tUPFm8?feature=oembed

Last Shelter: Survival ก็ยังถือเป็นเกมหน้าใหม่ประจำปีที่สามารถทำเงินสูงกว่า Monster Strike และ Clash Royale จากปี 2018 จนได้ติด 10 อันดับเป็นครั้งแรกอีกต่างหาก และในอนาคตก็อาจได้เห็นเกมดังกล่าวไต่ไปอยู่อันดับต้นๆ นั่นเอง

อันดับ 9 – Game For Peace (PUBG Mobile) 

เกมโดดร่มบนมือถือจากค่าย Tencent ที่ใช้ชื่อในหลายๆ ประเทศว่า PUBG Mobile แต่ในประเทศจีนได้ใช้ชื่อว่า Game For Peace โดยด้วยความที่เกมดังกล่าวมีชื่อเสียงโด่งดังจาก PUBG เวอร์ชั่น PC มาก่อนหน้า ก็ทำให้ได้รับความนิยมจากเหล่าเกมเมอร์จากทั่วโลกขึ้นไปอีก เมื่อสามารถนำมาเล่นได้บนมือถือ ส่งผลให้ปี 2019 สามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้นถึง 1.2 พันล้านดอลล่าร์ (3.6 หมื่นล้านบาท)https://www.youtube.com/embed/kalhDuRydps?feature=oembed

Game For Peace (PUBG Mobile) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเป็นเกมหน้าใหม่แบบ Last Shelter: Survival ที่สามารถทำเงินได้สูงกว่า Monster Strike และ Clash Royale จากปี 2018 จนติด 10 อันดับเป็นครั้งแรกเช่นกัน และด้วยช่วงหลังเริ่มมีการจัดแข่งขันอีสปอร์ตมากมายขึ้น ก็อาจทำให้ขยับมาอยู่อันดับต้นๆ ในปี 2020 นี้

อันดับ 8 – Fate / Grand Order

เกมมือถือจากค่าย Aniplex Inc. ที่นำอนิเมะจักรวาล Fate / Stay Night มาทำให้กลายเป็นเกมแนววางแผนสวมบทบาท โดยผู้เล่นจะต้องตามหาตัวละครเอกจากอนิเมะเรื่องดังกล่าว มาร่วมทีมแล้วปราบเหล่าร้ายศัตรูที่เก่งขึ้นตลอดเวลา ซึ่งในปี 2018 ก็เคยทำรายได้สูงสุดอยู่ที่ 1.2 พันล้านดอลล่าร์ (3.6 หมื่นล้านบาท) และภายในปี 2019 ก็ยังคงสามารถทำได้เท่าเดิม พร้อมเท่ากับเกม PUBG Mobile https://www.youtube.com/embed/ajr0cS08eH4?feature=oembed

Fate / Grand Order ยังถือว่าเป็นเกมที่สร้างจากอนิเมะ ที่สามารถทำเงินได้สูงมากที่สุดอีกด้วย โดยประเทศที่นิยมเล่นเกมดังกล่าวก็ไม่ใช่ที่อื่นไกล นั่นก็คือผู้ผลิตอนิเมะอย่างประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง

อันดับ 7 – Crossfire   

เกมแนวสงครามยิงปืนมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS) บน PC ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2007 ในประเทศเกาหลีใต้ โดยค่ายเกม Nexon ก่อนที่ทาง Tencent จะนำมาเปิดในประเทศจีนภายในปี 2008 จนเกมได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน เพราะความสนุกที่ได้จากการนำเกมอย่าง Counter Strike มาต่อยอดจนลงตัว รวมทั้งยังสามารถทำเงินติด 10 อันดับเกมฟรีของเว็บไซต์ Superdataresearch.com มานานหลายปี โดยในปี 2019 ก็สามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้น 1.4 พันล้านดอลล่าร์ (4.2 หมื่นล้านบาท)https://www.youtube.com/embed/sqxli9b9p4A?feature=oembed

การทำรายได้ในปีดังกล่าวของเกมนี้ ยังส่งผลให้เห็นว่าตัวเกมได้รับความนิยมมากเรื่อยๆ ขึ้นไปอีก เนื่องจากสามารถทำได้เยอะกว่าในปี 2018 ที่ทำรวมไป 1.3 พันล้านดอลล่าร์ (3.9 หมื่นล้านบาท) จนต่างกับปี 2019 อยู่ที่ 1 ร้อยล้านดอลล่าร์ (3 หมื่นล้านบาท) เลยทีเดียว

อันดับ 6 – Pokemon GO

เกมจับโปเกม่อนบนมือถือของค่าย Niantic, Inc. ที่ให้ผู้เล่นต้องออกจากบ้านไปหาจับตามสถานที่ต่างๆ แบบเสมือนจริง แถมยังมีให้ผู้เล่นได้นำโปเกม่อนไปแข่งขัน หรือดวลกับคนอื่นได้ จนถือเป็นแนวเกมใหม่ที่ทำให้คนทั้งโลกสนใจอย่างมาก โดยภายในปี 2019 ก็สามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้น 1.4 พันล้านดอลล่าร์ (4.2 หมื่นล้านบาท) https://www.youtube.com/embed/MynNG2IRZDI?feature=oembed

นอกจากนี้ แม้เกมดังกล่าวจะสามารถทำรายได้เท่ากับเกม Crossfire ก็ยังถือเป็นเกมที่ทำรายได้เติบโตขึ้นจากปี 2018 ได้มากกว่าอยู่ที่ 1 ร้อยล้านดอลล่าร์ (3 หมื่นล้านบาท) เท่ากันอีกต่างหาก แต่ตัวเกมก็เพิ่งจะมาติดอยู่ใน 10 อันดับ ภายในปี 2018 แม้เกมจะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2016 แล้วก็ตาม

อันดับ 5 – Candy Crush Saga

เกมมือถือปริศนาคู่สามผ่านด่านจากค่าย KING Digital Entertainment ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จนสามารถทำรายได้สูงสุดติดอันดับ 10 เกมฟรีมานานหลายปี โดยในปี 2019 ก็ยังมีการอัปเดตชุดใหญ่สุดยากไปอีกหลายด่าน จนสามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้น 1.5 พันล้านดอลล่าร์ (4.5 หมื่นล้านบาท)https://www.youtube.com/embed/Tk8GKRFiAmU?feature=oembed

สำหรับเกม Candy Crush Saga ก็ถือว่าเป็นเกมที่ทำรายได้เติบโตก้าวกระโดดอย่างมากเลยทีเดียว เพราะในปี 2018 สามารถทำไปได้เพียงแค่ 1.1 พันล้านดอลล่าร์ (3.3 หมื่นล้านบาท) แต่ด้วยเวลาผ่านไป 1 ปี กลับทำได้มากกว่าถึง 4 ร้อยล้านดอลล่าร์ (1.2 หมื่นล้านบาท) นั่นเอง

อันดับ 4 – League of Legends

เกมสงครามเหล่าแชมเปี้ยนจากค่าย Riot Games ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2009 และยังคงเป็นเกมตีป้อมอันดับต้นๆ ที่ชาว PC จากทั่วโลกให้ความสนใจสูงสุดมาถึงปัจจุบัน จนทำรายได้ติดอันดับ 10 เกมฟรีมานานหลายปี พร้อมในปี 2019 ก็สามารถทำไปได้ทั้งสิ้น 1.5 พันล้านดอลล่าร์ (4.5 หมื่นล้านบาท) เท่ากับเกม Candy Crush Sagahttps://www.youtube.com/embed/vzHrjOMfHPY?feature=oembed

ส่วนรายได้ของเกมสงครามเหล่าแชมเปี้ยนในปีนี้ ก็ถือว่าเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ที่ทำไปได้ 1.4 พันล้านดอลล่าร์ (4.2 หมื่นล้านบาท) แต่ที่น่าจับตามองกว่าคือทางทีมพัตนา ได้เริ่มทำเกม League of Legends ฉบับมือถือออกมาในชื่อว่า Wild Rift ที่อาจส่งให้ผลทำกำไรสูงกว่าในปัจจุบันหลายเท่าตัว

ROV สะเทือน! RIOT เปิดตัว LOL : WILD RIFT เวอร์ชันมือถือและคอนโซล

อันดับ 3 – Honor of Kings (Arena of Valor)

เกมตีป้อมบนมือถือจากค่าย Tencent ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย และหลายๆ ประเทศในเอเชีย โดยได้ใช้ชื่อเกมในประเทศจีนว่า Honor of Kings และในหลายๆ ประเทศว่า Arena of Valor ขณะที่แถบประเทศไทยจะใช้ชื่อ Realm of Valor ซึ่งถือเป็นเกมที่ถ้าอยากหา MOBA มาเล่นบนมือถือ ก็ต้องนึกถึงเกมดังกล่าวเป็นสิ่งแรกเลยก็ว่าได้ ทำให้ในปีนี้ สามารถทำรายได้ทั้งสิ้น 1.6 พันล้านดอลล่าร์ (4.8 หมื่นล้านบาท)https://www.youtube.com/embed/BSO4AnLQ8xY?feature=oembed

เกมดังกล่าวนี้ ถือว่าเติบโตกว่าปีก่อนๆ จนอาจมีสิทธิ์ไปอยู่ในอันดับ 1 ได้ในอนาคตเลยทีเดียว เนื่องจากในปี 2018 ยังสามารถทำรายได้อยู่ที่เพียง 1.3 พันล้านดอลล่าร์ (3.9 หมื่นล้านบาท) แต่ในปี 2019 กลับแซงเกมตีป้อมบน PC อย่าง League of Legends ไปด้วยรายได้จำนวน 1 ร้อยล้านดอลล่าร์ (3 หมื่นล้านบาท) เสียแล้ว

อันดับ 2 – Dungeon Fighter Online

เกมแนวเก็บเลเวลออนไลน์ (MMORPG) สไตล์ 2 มิติ จากค่าย Nexon ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2005 ในประเทศเกาหลีใต้ ก่อนที่จะไปโด่งดังทั่วเอเชียผ่านประเทศญี่ปุ่นในปี 2006 และจีนในปี 2007 ซึ่งด้วยความที่เกมมีเอกลักษณ์ทั้งทางด้านกราฟิก และเกมเพลย์ ก็ส่งผลให้ได้รับความนิยม และติดอันดับทำรายได้ 10 เกมฟรีมานานแล้วเช่นกัน โดยในปี 2019 ก็ทำรายได้รวมทั้งสิ้น 1.6 พันล้านดอลล่าร์ (4.8 หมื่นล้านบาท) เท่ากับเกม Honor of Kings (Arena of Valor)https://www.youtube.com/embed/Vu6j4DpfDj4?feature=oembed

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่เติบโตจากปีก่อนๆ ได้ไม่ต่างจากเกมอื่น เพราะในปี 2018 สามารถทำรายได้อยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลล่าร์ (4.5 หมื่นล้านบาท) และแม้เกมจะเปิดให้บริการมานานถึง 14 ปี ก็ยังสามารถคว้าอันดับ 2 ไปครอบครองสำเร็จ

อันดับ 1 – Fortnite

เกมโดดร่มตัดไม้สร้างบ้านจากค่าย Epic Games ที่สามารถเล่นได้บนทุกแพลตฟอร์มในยุคล่าสุด รวมทั้งได้รับความนิยมอันดับต้นๆ สำหรับเกมเมอร์ในแถบอเมริกา และยุโรป ด้วยเกมเพลย์ที่ตอบโจทย์อะไรหลายอย่าง ซึ่งถือเป็นเกมสำคัญของทางผู้พัฒนาอย่างมาก เพราะทำให้พวกเขาถึงขนาดมีงบมาเปิดร้านค้าขายเกมดิจิตอล Epic Game Store แข่งขันกับทาง Steam เลยทีเดียว โดยภายในปี 2019 ก็สามารถทำรายได้รวมไปทั้งสิ้น 1.8 พันล้านดอลล่าร์ (5.4 หมื่นล้านบาท)

แม้เกมดังกล่าวนี้ จะยังคงสามารถทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 แต่ก็ถือว่าทำได้น้อยกว่าปี 2018 ที่ทำไปได้ถึง 2.4 พันล้านดอลล่าร์ (7.2 หมื่นล้านบาท) โดยอาจเป็นเพราะว่าภายในปี 2019 ตัวเกมได้มีปัญหาเกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตหุ่นยนต์ยักษ์เข้าสู่เกม แล้วส่งผลให้ผู้เล่นหลายคนไม่พอใจจนสร้างแฮชแท็กบนทวิตเตอร์มาเรียกร้องกันเลยทีเดียว ส่งผลให้ผู้พัฒนาจะต้องหาวิธีรับมือกับตัวเกมมากขึ้น เพื่อไม่ให้เสียอันดับ 1 ในอนาคต

เซอัด โคลาซินัช แบ็กซ้ายของทีม ปีนใหญ่ อาร์เซน่อล สโมสรดังในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เป็นบุคคลในวงการฟุตบอลรายล่าสุดที่เข้าสู่วงการอีสปอร์ต หลังเจ้าตัวสร้างชื่ออีสปอร์ตในเกม Fortnite ภายใต้ชื่อ Gamma Gaming

หน้าเก่าเพียบ 10 อันดับ เกมฟรีทำเงินสูงสุดแห่งปี 2019

เกมส์ออนไลน์ game online